9 สาเหตุทำให้ตับเสื่อม

 

สาเหตุที่ทำให้ตับเสื่อม ในทางการแพทย์แผนจีน

ตับเสื่อมเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนี

            1.ตับอ่อนแอมาแต่กำเนิด พ่อหรือแม่มีตับที่ไม่แข็งแรง
ยีนตับที่ไม่แข็งแรงสามารถส่งทอดมายังลูก
ดังจะเห็นว่าบางคน กินอะไรก็ได้
แต่บางคนกินอาหารมันนิดเดียว
ดื่มเหล้าแค่เล็กน้อย ก็เกิดอาการทางตับได้

 

          2. ถิ่นที่อยู่อาศัย เคยมีผู้ป่วยมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดสกลนคร
ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีพยาธิใบไม้ในตับแพร่กระจายค่อนข้างมาก
ญาติทางฝ่ายพ่อของผู้เขียนล้วนมีปัญหาเกี่ยวกับตับ
บ้างก็เป็นตับอักเสบ เป็นถุงน้ำดีอักเสบ
บ้างก็เป็นนิ่วในถุงน้ำดี บ้างก็เป็นพยาธิใบไม้ในตับ
ตัวเขาเองก็เป็นนิ่วในถุงน้ำดี

 

          3. การใช้ชีวิตไม่มีระเบียบ ใช้ชีวิตเปลือง เอาร่างกายในอนาคตมาใช้
บ้างาน ทำงานล่าเงิน ล่าตำแหน่งชื่อเสียง
ล่าความสาวความสวย ความเพรียวบางของรูปร่าง
ล่าความสนุก สะดวก สบาย
ชอบดื่ม กิน เที่ยว อดหลับอดนอน

ลืมใส่ใจร่างกายตัวเอง ผลที่ตามมาคือตับทำงานหนัก
และเสื่อมก่อนเวลาอันควร  และโรคต่างๆ ก็ทยอยตามมา

ทั้งนี้ การกินอาหารรสจัด เปรี้ยวจัด
ใส่ผงชูรส อาหารที่ปนเปื้อนสารเคมี มีสารกันบูด
ทั้งหมดล้วนเป็นภาระให้ "ตับต้องทำงานหนัก" เพื่อขับพิษทั้งสิ้น

 

 4. เจ็บป่วยเรื้อรังนาน จึงกินยาหลายขนานเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนาน
ตับต้องขับพิษ ทำงานหนักไม่ได้พักได้ผ่อนเป็นตัวเร่งให้ตับเสื่อมเร็วมากขึ้น

 

 

            5. เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการทำงานมากเกินอย่างต่อเนื่อง พักผ่อนน้อย
โดยเฉพาะนอนดึกโดยทั่วไปเวลา 5 ทุ่มถึงตี 3 เป็นเวลาของถุงน้ำดีและตับ
ถ้าเรานอนพัก เลือดทั่วร่างกายจะกลับไปเก็บที่ตับช่วยซ่อมแซมฟื้นฟูตับ ตับก็ได้พักผ่อนบ้าง

หากเวลาช่วงนี้กลับไม่นอน เลือดจะกระจายอยู่ทั่วร่างกาย
แต่อยู่ที่ตับน้อย
ใช้สมองคิดงาน เลือดจะมาที่สมองมาก

ใช้สายตาดูโทรทัศน์ ดูหนัง จ้องจอคอมพิวเตอร์ เล่นโทรศัพท์มือถือ
ทำให้เลือดมาอยู่ที่นัยน์ตามาก

 

เมื่อตับมีเลือดมาซ่อมแซมน้อย  ไม่ได้พักผ่อน
จึงเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว
“หยางชี่” หรือเส้นลมปราณขาดแหล่งที่มาของสิ่งบำรุง
ขาดการหล่อเลี้ยง ตับและถุงน้ำดี
รวมถึงเส้นลมปราณตับและถุงน้ำดีอ่อนแอลงตับจึงเสื่อมมากจนฝ่อ 

ทำให้ตับผลิตน้ำดีได้น้อยลง จึงกลัวอาหารมัน ท้องอืดแน่น และย่อยอาหารได้ไม่ดี

 

         

          6. เหนื่อยล้าทางสมอง การใช้สมองมาก
การคิด วางแผน เครียด กดดัน จิตใจเหนื่อยล้า
ล้วนเป็นไปภายใต้การควบคุมของชี่หรือลมปราณของตับ

ถ้ามีการใช้สมอง ใช้อารมณ์ หรือเหนื่อยล้ามากเกินไป
ชี่ตับจะอั้น
เมื่ออั้นนาน ทำให้ชี่ไม่คล่อง เดินไม่สะดวก ตับจะเสื่อมเร็ว

ยิ่งกว่านั้นอาจก่อให้เกิด กรดไหลย้อน
ตับอักเสบ ไขมันพอกตับ
นิ่วในตับ นิ่วในถุงน้ำดี
มะเร็งตับ และตับแข็ง ได้

 

ตอนที่คนเราอยู่ในวัยหนุ่มสาว ตับอาจยังไม่แสดงอาการอะไร
แต่เมื่ออายุมากขึ้น ความต้านทานอ่อนแอลง
อาการทางตับจะปรากฏให้เห็นชัดเจนขึ้นทีละน้อยๆ

 

 

           7. การดื่มแอลกอฮอล์
ตับทำหน้าที่โดยตรงในการขับพิษของแอลกอฮอล์
การดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ทำให้ตับเสื่อมเร็ว
เป็นเหตุให้เกิดโรคตับแข็งและมะเร็งตับ

 

 

           8. กินยามากเกินไป
กินยาติดต่อกันนานเกินไป บ่อยเกินไป มากเกินไป
ยาช่วยรักษาโรคได้ก็จริง
แต่ก็มีผลข้างเคียงมากเช่นกัน

เดี๋ยวนี้คนเรามีความอดทนน้อย เป็นอะไรนิดหน่อยต้องกินยา
จนบางครั้งเกินความจำเป็น
ยาเหล่านั้นล้วนถูกขับพิษที่ตับและไต
เมื่อกินต่อเนื่องเป็นเวลานาน ย่อมทำร้ายเซลล์ตับ ทำให้ตับเสื่อมเร็วขึ้น

 

 

         9. เสื่อมโดยธรรมชาติ
เมื่ออายุมากขึ้น ความแก่ชราของอวัยวะต่างๆ ย่อมเกิดขึ้น
ตับก็เสื่อมเช่นกัน ยินและเลือดตับลดลง หล่อเลี้ยงตับน้อยลง
จึงทำให้เกิดโรคความดันสูง โรคตาต้อ พาร์กินสัน
ความจำเสื่อม และอื่นๆ อีกหลายโรค

 

เมื่อตับเริ่มเสื่อมจึงทำงานอ่อนแอลง
ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังอายุ 40 ปี
จะเด่นชัดเมื่ออายุ 50-60 ปีขึ้นไป
ถึงตอนนี้โรคในผู้สูงอายุ
เช่น ความดันสูงเลือดสูง น้ำตาลในเลือดสูง
ไขมันในเลือดสูง   ที่เรียกว่า “โรค 3 สูง” จะตามมาติดๆ

 

คอยดูแลตับให้ดีตั้งแต่อายุยังน้อยกันดีกว่า

------------------------------------------

 

ติดต่อเรา

 สอบถามรายละเอียด

นัดหมาย หรือ ปรึกษาปัญหาสุขภาพ

 CLICK เลย!! 

ฝังเข็ม ติดต่อไพรเวช 

ติดต่อ ไพรเวชคลินิก  

 

Visitors: 106,336