จอประสาทตาเสื่อม

 

   โรคจอประสาทตาเสื่อม

หมู่นี้จะมีผู้ป่วย “โรคตา” มารักษาในคลินิกเรามากขึ้น
ส่วนใหญ่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์  มือถือ
เจ้าจอเล็กๆที่ทุกผู้ทุกคนขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันนี่แหละ
เป็นภัยเงียบที่ร้ายแรงที่ไม่ควรมองข้าม 

===========

ตัวอย่างคนไข้

          ผู้ป่วยสตรี อายุ 56  เคยผ่าตัดเนื้องอกในมดลูกมาหลายปีแล้ว  ไม่มีอะไรผิดปรกติ
เธอมาที่คลินิกด้วยอาการ  ตาขวาโฟกัสไม่ได้  มองไม่ชัด
เส้นบิดเบี้ยวเหมือนคลื่น เป็น มา 3-4 เดือน  

          เธอเล่าว่า
วันที่มีอาการวันแรก  เธอตื่นนอนตอนเช้า  ยังไม่ลุกจากเตียง
หยิบหนังสือมาอ่าน


“ปรากฏว่าตัวหนังสือบิดเบี้ยว   มืด  เหมือนมีสีเทาๆกั้นอยู่แล้วค่อยๆมืดลง” 
จึงรีบนวดๆตามจุดรอบดวงตา  การมองเห็นจึงค่อยๆสว่างขึ้น 

เธอไปตรวจ 2 โรงพยาบาลก็ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน

จึงไปอีกโรงพยาบาลหนึ่ง  ได้ทำ MRI พบว่า
ที่จอประสาทตา  ใกล้ๆจุดโฟกัส  มีเส้นเลือดฝอยโป่งพอง
ทำให้มีน้ำออกมาบวมขัง  เป็นผลให้การมองเห็นเป็นเช่นอาการที่เล่าไว้ด้านบน

หมอบอกว่าการรักษาคือต้องฉีดยาเข้าดวงตา  เข็มละ 1หมื่น!!
ฉีดกี่เข็มบอกไม่ได้   และไม่สามารถรับรองผลได้
จึงตัดสินใจลองมารักษาทางแพทย์แผนจีนดู

 

======================


วิเคราะห์โรค


ดวงตาน้อยๆ 2 ดวงนี้  มีม่านตา เลนซ์ตา วุ้นตา  และจอประสาทตา ฯลฯ
ที่ทำให้เราสามารถมองเห็นสิ่งรอบตัวทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ยังมีกล้ามเนื้อตา  เปลือกตา และ ขนตาประกอบส่วนด้วยเช่นกัน
และที่ขาดไม่ได้คือ “เลือด” ที่ไปเลี้ยงดวงตาอย่างเพียงพอ

ในแพทย์แผนจีนนั้น
เมื่อใช้สายตาต้องมีเลือดไปเลี้ยง
การใช้สายตามาก  ต่อเนื่องยาวนานจึงต้องใช้เลือดมาก

สำหรับแพทย์จีนเลือดนั้นก็คือ “เลือดตับ”
เพราะ “ดวงตาเป็นประตูของตับ”
(สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในหนังสือ “ถนอมตับ ยับยั้งสารพัดโรค”)

เมื่อใช้ตามากทำให้เลือดตับถูกลดทอนไปเลี้ยงตามาก
เมื่อเลือดเลี้ยงตับไม่เพียงพอ  ทำให้ตาแห้ง
กล้ามเนื้อตาใช้มากจึงทำให้เมื่อยตา

         ขณะเดียวกัน
ส่วนอื่นๆของตาก็ต้องอาศัยเลือดมาเลี้ยงเช่นกัน
โดยเฉพาะ “จอประสาทตา”
เมื่อใช้มากเส้นเลือดฝอยอาจเป็นตะคริว
หรือเลือดหนืดคั่ง

เกิดเป็นก้อนเล็กอุดตัวในบางแขนง
ทำให้ส่วนที่อยู่ข้างเคียงโป่งพอง  เกิดการบวมขึ้นทำให้กระทบถึงการมองเห็น

=====================

การรักษา

อาการตอนที่คนไข้ท่านนี้เข้ามารักษาที่คลินิก คือ
เวลามองคน  จะไม่เห็นช่วงศีรษะ  เห็นแค่บ่าไหล่ลงไป
ยิ่งเพ่งโฟกัสยิ่งเบลอหายไปมองไม่เห็นเลย
โดยที่ไม่มีอาการปวดศีรษะ  หรือปวดตา

ตาซ้ายมองเห็นชัดเจน
ถ้าปิดตาขวาเบลอมองไม่ชัด
แต่หากเปิดมองทั้ง 2 ตาความเบลอจะคร่อมมาที่ตาซ้าย
ทำให้มองภาพเบลอและเป็นฝ้าเทาๆ          

พร้อมกันนั้นยังมีอาการไม่สบายที่หัวใจ
เดินมากเหนื่อย  และนอนหลับยาก  หลับไม่ดี

 -------------------

รักษาครั้งที่ 1
สำหรับแพทย์แผนจีน สาเหตุได้กล่าวไว้แล้วที่หัวข้อ
“วิเคราะห์โรค” ซึ่งการรักษา
ก็อิงตามแนวนั้นได้เลย
โดยให้ยา “บำรุงตับบำรุงไต”
พร้อมทั้งช่วยละลายลิ่มเลือด  สลายคั่ง
และบำรุงหัวใจ   ร่วมกับการฝังเข็มตามหลักในการวิเคราะห์จำแนกของแพทย์จีน

 ครั้งที่ 2 

ผ่านไป 5  วัน คนไข้กลับมารักษา มาอีกครั้ง  คนไข้บอกว่า

“วันแรกหลังฝังเข็มใหม่ๆ  ตาใสดีมาก  พอผ่านไป 2 วัน กลับมาเป็นเหมือนเดิม"
แต่ทว่าอาการเบาลงกว่าเดิมเกือบครึ่ง  การมองเห็นยังบิดเบี้ยวอยู่บ้าง
แต่อาการมองเห็นสีเทาๆทึมๆ ก่อนที่จะเข้ามารักษาน้อยลงเยอะ


หมอรู้สึกว่า ผู้ป่วยจะมารักษาห่างไปหน่อย หมออยากให้มาถี่กว่านี้
จึงแนะนำไปว่า
เธอควรจะให้เวลา และจริงจังในการรักษา
ดวงตาของเธอมากกว่านี้


ครั้งที่ 3
ผ่านไป 2 วัน กลับมารักษาครั้งที่ 3 ตาขวามองได้ดีขึ้น
แต่ตัวหนังสือยังเบลอ  ทำการฝังเข็มเหมือนเดิม

ครั้งที่ 4 
ผ่านไปอีก 2 วัน กลับมารักษาอีกครั้งเป็นครั้งที่ 4
ตาสว่างขึ้น  แต่มองภาพยังไม่คมชัด   เส้นคดๆงอๆไม่มีแล้ว


จากนี้ไปก็สามารถนัดคนไข้เข้ามารักษาห่างขึ้น
เป็นสัปดาห์ละครั้ง  เดือนละครั้ง
การมองเห็นมัว ๆ ค่อย ๆ ดีขึ้น

อาการจอประสาทตาเสื่อมอย่าปล่อยไว้นาน
รักษาเร็วเท่าไหร่ โอกาสจะกลับมาปกติยิ่งมีมากเท่านั้น

 


===========
 

 

Visitors: 64,664