กินผลไม้ให้ไม่เป็นโทษ

กินผลไม้อย่างไรให้ ไม่เป็นโทษ
____________________

ประโยชน์ของผลไม้มีมากมาย เช่น 

  • อุดมไปด้วย วิตามิน  แร่ธาตุ  กากใย  และสารอาหารมากมายที่ช่วยเสริมภูมิต้านทานของร่างกาย
  • หนุนช่วยในการบรรเทาโรคต่างๆ  ช่วยต้านมะเร็ง  ลดการเป็นโรคหัวใจ  ลดน้ำหนัก   ช่วยให้ถ่ายคล่อง  เป็นต้น
  • ช่วยเสริมความงาม  เพราะวิตามิน ซี  และpectin ที่ช่วยให้ขาว  ขจัดริ้วรอย  เหี่ยวย่นขจัดฝ้า และรอยด่างดำ
  • ช่วยไม่ให้น้ำหนักเพิ่ม  กินมากเท่าไร  ร่างกายก็ไม่อ้วน
  • ช่วยขับพิษ  เพราะทำให้ลำไส้ทำงานดีถ่ายง่าย   ทั้งยังมีสารที่ช่วยตับและไตแข็งแรง  จึงช่วยขับสารพิษได้ดี

------------------------------------------

ผลไม้ก็เหมือนพืชผัก และ ยาจีน  รวมทั้งเหมือนร่างกายคนด้วย
มีหนาวเย็น  มีอุ่นร้อน  มีหวาน เปรี้ยว ขม เค็ม   เผ็ด  แตกต่างกันไป
เราจึงต้องมาทำความรู้จัก  สี รส ฤทธิ์ของผลไม้ที่มีความหลากหลายกันให้ถ่องแท้  เท่ากับ “รู้เขา”

------------------------------------------

ชีวิตที่เต็มไปด้วยความรีบเร่งเคร่งเครียด   สังคมก้มหน้า   แวดล้อมด้วยอาหารที่เต็มไปด้วยการแปรรูป 
ปรุงแต่ง  ปนเปื้อนสารเคมี  ความอุดมสมบูรณ์ของการกินที่ไม่มีขีดจำกัด
การเร่งผลผลิตให้พอกับความต้องการของสังคม    ไม่เลือกดินแดน  หากินได้ในทุกทวีปทั่วโลก


ซึ่งขัดกับหลักของแพทย์แผนจีน  ที่ให้กินตามท้องถิ่นที่อยู่   ให้สอดคล้องกับลักษณะร่างกายของคนในถิ่นนั้นๆ

          ผลไม้  มีคุณประโยชน์มาก   มีคนกล่าวว่า  “คนที่ชอบกินผลไม้  ร่างกายย่อมแข็งแรงกว่าผู้ที่ไม่กินผลไม้”
แต่ผู้เขียนว่าก็ไม่เสมอไปนัก   ปมอยู่ที่กินอย่างไรให้แข็งแรง   เพราะหากกินไม่เหมาะกับร่างกาย
จากแข็งแรงกลายเป็นโรค  จากโรคเบากลายเป็นโรคหนักขึ้น 

------------------------------------------

เช่น  มีผู้ป่วยสตรีท่านหนึ่ง อายุ 70 กว่า  กินแก้วมังกรหลังอาหารลูกเล็กๆ ไป 2 ลูกตอนหลังอาหารเย็น
คืนนั้นทั้งคืนท้องร่วง  ไม่ได้นอนเลย  เช้าวันรุ่งขึ้นยังถ่ายอีกหลายครั้ง
ผู้ป่วยบางท่านกินแตงโม  เสร็จ  ท้องอืด  ลมในท้องมาก  อาหารไม่ย่อย  เบื่ออาหาร


"อย่างนี้จะพูดได้อย่างไรว่ากินผลไม้แล้วทำให้ร่างกายแข็งแรง"

 

------------------------------------------

การให้ความรู้เรื่องผลต่อการรักษาโรคของผลไม้ ก็เช่นกัน

อย่างเช่น   มีผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังท่านหนึ่ง
เป็นโรคความดันโลหิตสูง  เบาหวาน  ไขมันในเลือดสูง
ค่าของเสียในไต 1.6 กว่า  ค่าการทำงานของไตเหลือแต่ 40 กว่า

มากินยาจีน ปีกว่า  ค่าของเสียในไตลดลงมา 1.2 กว่า  ค่าการทำงานของไตขึ้นถึง 66
แต่พอได้ดูรายการของสินค้าในโทรทัศน์  ขายเครื่องปั่นผลไม้  พร้อมแนะนำผลไม้ที่ใช้ปั่น

เขาซื้อมา  แล้วปั่นผักผลไม้กินกันทั้งบ้านทุกเช้า  รู้สึกสดชื่นดี
เห็นว่าโรคไตกินอาหารได้จำกัด  หากกินน้ำผลไม้ปั่นบ้างจะได้เพิ่มสารอาหาร
จึงกินต่อเนื่องกัน 1 เดือน 

พอไปตรวจเลือด  ค่าของเสียในไตขึ้นไปถึง 1.7 กว่า  ค่าการทำงานของไตลดลงเหลือ 43
ต้องรีบให้หยุดกินผลไม้ปั่น  แล้วกินยาจีนต่อ  เลยแนะนำให้อีก 1 เดือนไปตรวจซ้ำ

แต่ผู้ป่วยร้อนใจ  ผ่านไปครึ่งเดือนก็ไปตรวจเลือด 
ผลออกมา ค่าของเสียในไตลดลงเหลือ 1.5 ค่าการทำงานของไตขึ้น 46
ค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อยอย่างนี้จะเรียกว่า  ผลไม้ช่วยเสริมให้ร่างกายแข็งแรงได้อย่างไร

------------------------------------------

ตามคำกล่าวของแพทย์จีนโบราณที่ว่า “อาหารและยามีรากเหง้าเดียวกัน”

"กินอาหารเป็นยา ดีกว่ากินยาเป็นอาหาร"

ยังมีมนต์ขลังไม่เสื่อมคลาย

------------------------------------------

ปัจจุบันผู้คนเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพจากการกินอาหาร  พืชผักผลไม้มากขึ้น
สำหรับบ้านเรา  นับว่าธรรมชาติมอบความอุดมสมบูรณ์มาให้อย่างน่าอัศจรรย์
พืชผักผลไม้จึงอุดมสมบูรณ์มากอย่างยิ่ง  

ด้วยเหตุนี้  การดูแลสุขภาพ  จึงพึงใช้หลัก “ห้องครัวคือชีวิต”

แต่จะกินให้ถูกอย่างไรสุขภาพจึงจะแข็งแรง
จะสามารถดึงเอาสารอาหารอันอุดมสมบูรณ์ในพืชผักผลไม้ออกมาใช้ให้เหมาะกับร่างกายเราอย่างไรนี่สิ
เป็นเรื่องต้องมีการศึกษาเรียนรู้ให้รู้จริง

<<<<<<<>>>>>>>

เนื้อหาอื่น ๆ ที่น่าสนใจ


  • ผู้ที่กระเพาม้ามหนาวเย็น เช่น อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องร่วง ไม่ควรกินห้ามกินพร้อมกับแตงโม น้ำเต้าหู้ เบียร์ ผักกาดขาว มะระซึ่งทั้งหมดมีฤทธิ์หนาวเย็นจะทำให้ร่างกายเย็นเกินไปจนป่วยได้
    เป็นต้น

  • ลำไย รสหวาน ฤทธิ์อุ่น ร้อน เป็นผลไม้ที่สงบจิตประสาทได้ดีมาก แต่มีธาตุเหล็กมาก กินมากอาจจะทำให้แน่นหน้าอก เสมหะติดคอขับออกยาก

  • แกนสับปรด ช่วยขับนิ่วในระบบปัสสาวะได้ สับปะรดมีกรดมาก ถ้ากินตอนท้องว่างอาจจะทำให้ปวดกระเพาะ ฯลฯ



  • กินน้ำผลไม้ปั่นดีต่อสุขภาพก็จริง แต่ถ้ามากเกินไปก็ทำให้เกิดโทษได้

ติดต่อเรา

สั่งซื้อสินค้า สอบถามรายละเอียด

นัดหมาย 

หรือ ปรึกษาปัญหาสุขภาพฟรี!!

ฝังเข็ม ติดต่อไพรเวช

ติดต่อ ไพรเวชคลินิก 

Visitors: 31,463